เที่ยวภูเก็ต

ทัวร์เกาะไข่นอก ไข่ใน ไข่นุ้ย เรือเร็ว
ทัวร์เกาะรายา เกาะเฮ เรือเร็ว
ทัวร์เกาะรายา เรือเร็ว
ทัวร์เกาะเฮ เรือเร็ว
ทัวร์ภูเก็ตแฟนตาซี
ทัวร์ภูเก็ตรอบเกาะ
 

เที่ยวกระบี่

ทัวร์เกาะพีพี เกาะไข่นอก เรือเร็ว
ทัวร์เกาะพีพี เรือใหญ่
 

เที่ยวพังงา

ทัวร์อ่าวพังงา เรือเร็ว
ทัวร์แคนนู อ่าวพังงา เรือใหญ่
ทัวร์หมู่เกาะสิมิลัน เรือเร็ว
 

ท่องเที่ยวภูเก็ต : สถานที่สำคัญ

ประภาคารกาญจนภิเษก
ประภาคารและกระโจมไฟช้ในการเดินเรือ แต่ก่อนที่จะมีประภาคารและกระโจมไฟ นักเดินเรือชาวยุโรต้องอาศัยธรรมชาติ ิช่วยในการเดินเรือ อาทิ เปลวไฟจากภูเขาไฟ ป็นที่หมายช่วยในการเดินเรือ จากนั้นได้มีการสร้างประภาคาร และกระโจมไฟขึ้นใช้ โดยส่วนใหญ่จะสร้างบนยอดเขา เพื่อเป็นที่หมายในการเดินเรือ ในยุคแรกนั้น จะใช้ตะเกียงน้ำมัน จากไขมันสัตว์ และได้มีการพัฒนาเป็นน้ำมันก๊าด ก๊าซ และต่อมาเป็นระบบไฟฟ้า ระบบอีเล็กทรอนินส์ในปัจจุบัน
 
ประภาคารกาญจนภิเษก ป็นประภาคารที่กองทัพเรือ และประชาชนชาวภูเก็ตได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้น เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในปีกาญจนภิเษก พ.ศ. 2539 และเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือ โดยประภาคารมีความสูง 50 ฟุต ภายในอาคารด้านล่างได้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประภาคารและกระโจมไฟ ส่วนด้านบนของประภาคารซึ่งเป็นบรรไดหมุนเวียนขึ้นไปได้จัดแสดงเรือหลวงจำลอง พร้อมประวัติของเรือแต่ละลำ และบริเวณด้านบนสามารถเดินออกสู่ภายนอกชมทิวทัศน์ได้สวยงาม ประภาคารกาญจนาภิเษกเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 19.00 น. สถานที่ตั้งอยู่บริเวณแหลมพรหมเทพบริเวณเดียวกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในภูเก็ต
 
อนุเสาวรีวีรสตรีเมืองถลาง
อนุเสาวรีย์วีรสตรี เป็นผลงานปั้นของ สนั่น ศิลากร ศิษย์เอกของ อ.ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร สนั่น ศิลากร เป็นประติมากรที่ปั้นอนุเสาวรีย์ไว้หลายแห่งในประเทศไทย การสร้างอนุเสาวรีย์วีรสตรีเป็นผลจากยุคของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อให้ชาวไทยระลึกถึงความกล้าหาญของบรรพบุรุษ อนุเสาวรีย์วีรสตรีอยู่ในชุดโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนกระบอก ห่มผ้าแถบแบบตะแบงมาน มือถือดาบ ซึ่งอยู่ในท่าออกศึก ซึ่งเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเมืองถลาง รัชกาลที่ 1 พระเจ้าปดุงกษัตรีย์พม่าได้ยกทัพมาตีไทย ครั้นเมื่อตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และค่ายปากแดงแตกพาย ก็ยกกองทัพมาล้อมเมืองถลาง ซึงขณะนั้นเป็นช่วงที่เจ้าเมืองถลางถึงแก่อนิจกรรม คุณหญิงจันภริยา และคุณมุกน้องสาว ได้รวบรวมกำลังชาวเมืองตั้งรับศึก และสามารถรักษาเมืองถลางไว้ได้ รัชกาลที่ 1 ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ ให้คุณหญิงจันเป็นท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร ปัจจุบันอนุเสาวรีย์ตั้งอยู่ในเขตอำเภอถลาง ซึ่งได้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 และทำพิธีเปิดเมื่อเดือน พฤษภาคม ปีพ.ศ. 2510 และปัจจุบันได้มีการจัดพิธีบวงสรวงทุกปี
 
อุทยานประวัติศาสตร์ถลางชนะศึก
สถานที่ตั้งอยู่เดิมเรียกกันว่า " นาหลวง " ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นที่ราบมีสภาพ เป็นทุ่งนามีต้นตาลอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ มีพื้นที่ประมาณ 96 ไร่ เดิมนั้นเป็นที่นาของเจ้าเมืองถลางบ้านเคียง มีคลองบางใหญ่ ไหลจากเขาพระแทวผ่านไปออกทะเลพัง ( อู่ตะเภา )
 
โคกพม่าเป็นพื้นที่สมรภูมิในสงคราม ระหว่างทัพทหารพม่ากับทัพของท่านผู้หญิงจัน คุณมุกในปี 2328 โดยเมื่อ ปีพ.ศ. 2328 ยี่หวุ่นแม่ทัพพม่าได้ยกกองทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ และเมืองถลาง โดยเทียบท่าที่อ่าวอู่ตะเภา ขณะนั้นพระยาถลาง ถึงแก่กรรมยังไม่ได้มีการแต่งตั้งใครแทน ท่านหญิงจัน และคุณมุกน้องสาวจึงรวบรวมไพร่พลต่อสู่พม่า โดยแบ่งเป็น 3 ค่าย ค่ายบ้านค่าย ค่ายนบนางตัก และค่ายวัดพระนางสร้าง ซึ่งตั้งเป็นฐานทัพ
 
พม่าแบ่งเป็น 3 ค่ายเช่นกัน คือค่ายปากช่องค่าย ค่ายนากลาง และค่ายนาโคกพม่า กองทัพมีจำนวนน้อยท่านผู้หญิงจัน จึงได้ใช้กลอุบาย หลอกล่อพม่าทำให้พม่าล้อมค่ายอยู่เดือนเศษก็ยังตีไม่ได้ ขาดเสบียงอาหารจึงเกิดความปั่นปวนในกองทัพ ท่านผู้หญิงจันได้ออกประชุมพลที่หน้าค่ายใต้ต้นทองหลางน้ำ โดยสั่งให้นายทองพูนยิงปืนใหญ่พระพิรุณสังหาร ถูกกิ่งทองหลางขนาดใหญ่ขาดลงกลางชุมนุมพม่าเป็นที่น่าอัศจรรย์ พม่าเสียขวัญจึงเริ่มถอยทัพ ไทยยิ่งรุกโจมตีพม่า จนถอยไปถึงปากช่องค่ายตะเภาแล้วออกเรือหนีไปที่สุด
 
เมื่อเสร็จศึก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้โปรดสถาปนา ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็น ท้าวศรีสุนทร
 
ศาลหลักเมืองภูเก็ต
ศาลหลักเมือง เมืองใหม่
ศาลหลักเมืองตั้งอยู่บ้านเมืองใหม่ ตรงหลักริมถนนเทพกระษัตรี เดิมแห่งนี้เป็นบริเวณท่าเรือ ได้สร้างศาลขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2352 แต่ปัจจุบันเป็นเสาหลักเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยการนำเสาใหม่ทับเสาเก่า เนื่องในโอกาสฉลอง 200 ปี วีรสตรีเมืองถลางเมื่อ พ.ศ. 2528 เสาแห่งนี้ตั้งอยู่ในศาลาหลังคา 2 ชั้น ด้านหน้าบันเป็นประติมากรรมลวดลายไทย เสาหินขัดทั้ง 4 ด้าน ศาลหันทางทิศตะวันตก ทางเดินปูด้วยหินอ่อน บริเวณโดยรอบร่มรื่น
 
ศาลหลักเมือง ท่าเรือ
ศาลหลักเมืองตั้งออยู่บ้านท่าเรือ ต.ศรีสุนทร เป็นศาลา 2 ชั้น ยอดหลังคาประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา ที่หน้าบันเป็นประติมากรรมรูปเทพพนม พื้นศาลาปูด้วยหินอ่อนทั้งหมด และที่ศาลแห่งนี้มีเรือพายขนาด 1 คนนั่ง ด้วยความเชื่อกันว่า แม่หลักเมือง ณ ที่แห่งนี้ เคยเข้าฝันคนสมัยก่อนขอเรือสัก 1 ลำ เพื่อเอาไว้พายไปไหนมาไหน เพราะสมัยก่อนบริเวณนี้ติดกับทะเล ศาลที่นี่จึงหันหน้าทางทิศตะวันออก
 
ศาลหลักเมือง เลพัง
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ หมู่ 4 ต.เชิงทะเล บริเวณหาดเลพัง ข้างโรงแรมบันยันทรี ศาลหลักเมืองบริเวณนี้โดยรอบ ประดับด้วยพรรณไม้ แม่หลักเมืองที่นี้มีชื่อว่า " เจ้าแม่เกษิณี " ศาลหลักเมืองหันหน้าทางทิศตะวันตก
 
ศาลหลักเมือง วัดร้าง
ศาลหลักเมืองตั้งอยู่บริเวณวัดร้างป่าสัก ( วัดพระขาว ) เส้นทางถนนสาย เชิงทะเลบ้านดอน ทางไปบริเวณปากทางวัด จะพบศาลตั้งเสา ด้านหน้าบันมีรูปเทพพนม ศาลที่นี่หันหน้าออกไปทางทิศเหนือ และบริเวณที่ตั้งศาลแห่งนี้ ในสมัยก่อนเป็นแหล่งที่มีสัตว์ร้ายชุกชุม
 
© Copyright 2005 - 2018. All Right Reserved.