เที่ยวภูเก็ต

ทัวร์เกาะไข่นอก ไข่ใน ไข่นุ้ย เรือเร็ว
ทัวร์เกาะรายา เกาะเฮ เรือเร็ว
ทัวร์เกาะรายา เรือเร็ว
ทัวร์เกาะเฮ เรือเร็ว
ทัวร์ภูเก็ตแฟนตาซี
ทัวร์ภูเก็ตรอบเกาะ
ทัวร์เกาะไม้ท่อน เกาะรายา เรือยอร์ช
 

เที่ยวกระบี่

ทัวร์เกาะพีพี เกาะไข่นอก เรือเร็ว
ทัวร์เกาะพีพี เกาะไผ่ เรือเร็ว
ทัวร์เกาะพีพี เรือใหญ่
ทัวร์เกาะพีพี เกาะไข่นอก เรือใหญ่
 

เที่ยวพังงา

ทัวร์อ่าวพังงา เรือเร็ว
ทัวร์แคนนู อ่าวพังงา เรือใหญ่
ทัวร์หมู่เกาะสิมิลัน เรือเร็ว
ทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์
 

แพ็คเกจทัวร์ภูเก็ต 3 วัน 2 คืน

ภูเก็ตแฟนตาซี - เกาะพีพี - ทัวร์ภูเก็ต
เกาะพีพี มาหยา ไข่นอก - ทัวร์ภูเก็ต
เกาะพีพี - อ่าวพังงา แคนนู นาคา
 

แพ็คเกจทัวร์ภูเก็ต 4 วัน 3 คืน

แฟนตาซี - เกาะพีพี - เกาะรายา เกาะเฮ
เกาะพีพี ไข่นอก - อ่าวพังงา แคนนู

ท่องเที่ยวภูเก็ต : สถานที่สำคัญ

ประภาคารกาญจนภิเษก
ประภาคารและกระโจมไฟช้ในการเดินเรือ แต่ก่อนที่จะมีประภาคารและกระโจมไฟ นักเดินเรือชาวยุโรต้องอาศัยธรรมชาติ ิช่วยในการเดินเรือ อาทิ เปลวไฟจากภูเขาไฟ ป็นที่หมายช่วยในการเดินเรือ จากนั้นได้มีการสร้างประภาคาร และกระโจมไฟขึ้นใช้ โดยส่วนใหญ่จะสร้างบนยอดเขา เพื่อเป็นที่หมายในการเดินเรือ ในยุคแรกนั้น จะใช้ตะเกียงน้ำมัน จากไขมันสัตว์ และได้มีการพัฒนาเป็นน้ำมันก๊าด ก๊าซ และต่อมาเป็นระบบไฟฟ้า ระบบอีเล็กทรอนินส์ในปัจจุบัน
 
ประภาคารกาญจนภิเษก ป็นประภาคารที่กองทัพเรือ และประชาชนชาวภูเก็ตได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้น เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในปีกาญจนภิเษก พ.ศ. 2539 และเพื่อใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือ โดยประภาคารมีความสูง 50 ฟุต ภายในอาคารด้านล่างได้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประภาคารและกระโจมไฟ ส่วนด้านบนของประภาคารซึ่งเป็นบรรไดหมุนเวียนขึ้นไปได้จัดแสดงเรือหลวงจำลอง พร้อมประวัติของเรือแต่ละลำ และบริเวณด้านบนสามารถเดินออกสู่ภายนอกชมทิวทัศน์ได้สวยงาม ประภาคารกาญจนาภิเษกเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 19.00 น. สถานที่ตั้งอยู่บริเวณแหลมพรหมเทพบริเวณเดียวกับสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในภูเก็ต
 
อนุเสาวรีวีรสตรีเมืองถลาง
อนุเสาวรีย์วีรสตรี เป็นผลงานปั้นของ สนั่น ศิลากร ศิษย์เอกของ อ.ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร สนั่น ศิลากร เป็นประติมากรที่ปั้นอนุเสาวรีย์ไว้หลายแห่งในประเทศไทย การสร้างอนุเสาวรีย์วีรสตรีเป็นผลจากยุคของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อให้ชาวไทยระลึกถึงความกล้าหาญของบรรพบุรุษ อนุเสาวรีย์วีรสตรีอยู่ในชุดโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนกระบอก ห่มผ้าแถบแบบตะแบงมาน มือถือดาบ ซึ่งอยู่ในท่าออกศึก ซึ่งเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเมืองถลาง รัชกาลที่ 1 พระเจ้าปดุงกษัตรีย์พม่าได้ยกทัพมาตีไทย ครั้นเมื่อตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และค่ายปากแดงแตกพาย ก็ยกกองทัพมาล้อมเมืองถลาง ซึงขณะนั้นเป็นช่วงที่เจ้าเมืองถลางถึงแก่อนิจกรรม คุณหญิงจันภริยา และคุณมุกน้องสาว ได้รวบรวมกำลังชาวเมืองตั้งรับศึก และสามารถรักษาเมืองถลางไว้ได้ รัชกาลที่ 1 ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์ ให้คุณหญิงจันเป็นท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร ปัจจุบันอนุเสาวรีย์ตั้งอยู่ในเขตอำเภอถลาง ซึ่งได้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 และทำพิธีเปิดเมื่อเดือน พฤษภาคม ปีพ.ศ. 2510 และปัจจุบันได้มีการจัดพิธีบวงสรวงทุกปี
 
อุทยานประวัติศาสตร์ถลางชนะศึก
สถานที่ตั้งอยู่เดิมเรียกกันว่า " นาหลวง " ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นที่ราบมีสภาพ เป็นทุ่งนามีต้นตาลอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ มีพื้นที่ประมาณ 96 ไร่ เดิมนั้นเป็นที่นาของเจ้าเมืองถลางบ้านเคียง มีคลองบางใหญ่ ไหลจากเขาพระแทวผ่านไปออกทะเลพัง ( อู่ตะเภา )
 
โคกพม่าเป็นพื้นที่สมรภูมิในสงคราม ระหว่างทัพทหารพม่ากับทัพของท่านผู้หญิงจัน คุณมุกในปี 2328 โดยเมื่อ ปีพ.ศ. 2328 ยี่หวุ่นแม่ทัพพม่าได้ยกกองทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ และเมืองถลาง โดยเทียบท่าที่อ่าวอู่ตะเภา ขณะนั้นพระยาถลาง ถึงแก่กรรมยังไม่ได้มีการแต่งตั้งใครแทน ท่านหญิงจัน และคุณมุกน้องสาวจึงรวบรวมไพร่พลต่อสู่พม่า โดยแบ่งเป็น 3 ค่าย ค่ายบ้านค่าย ค่ายนบนางตัก และค่ายวัดพระนางสร้าง ซึ่งตั้งเป็นฐานทัพ
 
พม่าแบ่งเป็น 3 ค่ายเช่นกัน คือค่ายปากช่องค่าย ค่ายนากลาง และค่ายนาโคกพม่า กองทัพมีจำนวนน้อยท่านผู้หญิงจัน จึงได้ใช้กลอุบาย หลอกล่อพม่าทำให้พม่าล้อมค่ายอยู่เดือนเศษก็ยังตีไม่ได้ ขาดเสบียงอาหารจึงเกิดความปั่นปวนในกองทัพ ท่านผู้หญิงจันได้ออกประชุมพลที่หน้าค่ายใต้ต้นทองหลางน้ำ โดยสั่งให้นายทองพูนยิงปืนใหญ่พระพิรุณสังหาร ถูกกิ่งทองหลางขนาดใหญ่ขาดลงกลางชุมนุมพม่าเป็นที่น่าอัศจรรย์ พม่าเสียขวัญจึงเริ่มถอยทัพ ไทยยิ่งรุกโจมตีพม่า จนถอยไปถึงปากช่องค่ายตะเภาแล้วออกเรือหนีไปที่สุด
 
เมื่อเสร็จศึก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้โปรดสถาปนา ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็น ท้าวศรีสุนทร
 
ศาลหลักเมืองภูเก็ต
ศาลหลักเมือง เมืองใหม่
ศาลหลักเมืองตั้งอยู่บ้านเมืองใหม่ ตรงหลักริมถนนเทพกระษัตรี เดิมแห่งนี้เป็นบริเวณท่าเรือ ได้สร้างศาลขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2352 แต่ปัจจุบันเป็นเสาหลักเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ โดยการนำเสาใหม่ทับเสาเก่า เนื่องในโอกาสฉลอง 200 ปี วีรสตรีเมืองถลางเมื่อ พ.ศ. 2528 เสาแห่งนี้ตั้งอยู่ในศาลาหลังคา 2 ชั้น ด้านหน้าบันเป็นประติมากรรมลวดลายไทย เสาหินขัดทั้ง 4 ด้าน ศาลหันทางทิศตะวันตก ทางเดินปูด้วยหินอ่อน บริเวณโดยรอบร่มรื่น
 
ศาลหลักเมือง ท่าเรือ
ศาลหลักเมืองตั้งออยู่บ้านท่าเรือ ต.ศรีสุนทร เป็นศาลา 2 ชั้น ยอดหลังคาประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา ที่หน้าบันเป็นประติมากรรมรูปเทพพนม พื้นศาลาปูด้วยหินอ่อนทั้งหมด และที่ศาลแห่งนี้มีเรือพายขนาด 1 คนนั่ง ด้วยความเชื่อกันว่า แม่หลักเมือง ณ ที่แห่งนี้ เคยเข้าฝันคนสมัยก่อนขอเรือสัก 1 ลำ เพื่อเอาไว้พายไปไหนมาไหน เพราะสมัยก่อนบริเวณนี้ติดกับทะเล ศาลที่นี่จึงหันหน้าทางทิศตะวันออก
 
ศาลหลักเมือง เลพัง
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ หมู่ 4 ต.เชิงทะเล บริเวณหาดเลพัง ข้างโรงแรมบันยันทรี ศาลหลักเมืองบริเวณนี้โดยรอบ ประดับด้วยพรรณไม้ แม่หลักเมืองที่นี้มีชื่อว่า " เจ้าแม่เกษิณี " ศาลหลักเมืองหันหน้าทางทิศตะวันตก
 
ศาลหลักเมือง วัดร้าง
ศาลหลักเมืองตั้งอยู่บริเวณวัดร้างป่าสัก ( วัดพระขาว ) เส้นทางถนนสาย เชิงทะเลบ้านดอน ทางไปบริเวณปากทางวัด จะพบศาลตั้งเสา ด้านหน้าบันมีรูปเทพพนม ศาลที่นี่หันหน้าออกไปทางทิศเหนือ และบริเวณที่ตั้งศาลแห่งนี้ ในสมัยก่อนเป็นแหล่งที่มีสัตว์ร้ายชุกชุม
by : www.phuketsabuytour.com
 
© Copyright 2005 - 2017. Phuketguidetour. All Right Reserved.